บทที่ 5 พบเจอไป๋ซีห่าว

“แม่งเอ๊ย! เจ็บเป็นบ้าเลย”เจียงรั่วอี้สบถออกมาอย่างหัวเสีย แค่จะออกจากบ้านทำไมถึงได้ยุ่งยากขนาดนี้

หญิงสาวบ่นพลางยกมืออีกข้างกดแผลไว้ไม่ให้เลือดไหลออกมา เพราะในหัวไม่มีความคิดที่จะพาตนเองไปรักษาอาการบาดเจ็บด้วยกลัวว่าคนของตระกูลจะตามมาจับตัวกลับระหว่างกำลังรักษาอยู่ในโรงหมอ

หลังวิ่งหนีไกลออกมาสักระยะเจียงรั่วอี้ก็ใช้สายตามองซ้ายขวามองหารถม้าที่พอจะพาไปส่งบ้านตระกูลหลาน ก่อนจะเห็นว่ามีรถม้าคันหนึ่งวิ่งมาพอดี จึงยกมือขึ้นเป็นเชิงให้เขาจอด

ทว่าหลังรถม้าที่ชะลอความเร็วเคลื่อนตัวเข้ามาใกล้แล้วมองเห็นหน้าหญิงสาวชัด ๆ ความเร็วของรถม้าก็เพิ่มขึ้นทันทีขับฉิวผ่านไปอย่างไม่รีรอ

“...”คนถูกเมินมองตามตาปริบ ๆ นิ่งเงียบไปชั่วขณะหนึ่ง

“บางทีคนขับอาจจะปวดท้องหนักถึงได้รีบเพิ่มความเร็วรถ”เจียงรั่วอี้พูดให้กำลังใจตนเองอย่างนั้นทั้งที่ในอกรู้ดีว่า สาเหตุที่เขาขับรถหนีไปคงไม่พ้นใบหน้านี้

แต่เจียงรั่วอี้ก็หาได้คิดยอมแพ้ นางยังคงมองหารถม้าต่อระหว่างเดินไปด้านหน้าเรื่อย ๆ ทว่าไม่ว่าจะผ่านไปกี่รถม้าก็ไม่มีรถม้าคันไหนยอมจอดให้เจียงรั่วอี้ขึ้นนั่ง

“...”เจียงรั่วอี้ไม่เป็นที่ต้อนรับขนาดนี้เลยเหรอ

หญิงสาวคิดอย่างทุกข์ใจก่อนสายตาจะเหลือบเห็นรถม้าอีกคันกำลังใกล้เข้ามา ครั้งนี้เธอไม่คิดยืนรอเหมือนก่อนหน้าอีกแล้ว

ฮี้!!!

คนบังคับม้าแทบหัวใจวายตายเมื่อมีสตรีชุดชุ่มเลือดกระโจนมาขวางทาง

“วิ่งออกมาขวางรถม้าอย่างนี้ ไม่อยากมีชีวิตอยู่แล้วหรืออย่างไร!”

“เพราะจะไม่มีชีวิตอยู่แล้วถึงได้พยายามมีชีวิตอยู่ยังไงล่ะ!”เจียงรั่วอี้ตะโกนกลับไปทำเอาคนบังคับรถม้ามองนางนิ่ง

“เจ้าคุณหนูเจียงไม่ใช่หรือ ทำไม...ถึงได้มีสภาพอย่างนี้ ?”

“ท่านรู้จักข้า? ดีเลยในเมื่อท่านรู้จักข้าช่วยพาข้าไปส่งจวนตระกูลหลานทีสิ”หญิงสาวเขยิบตัวเข้าใกล้ เงยหน้ามองดวงตาเป็นประกาย

“เอ่อคือ”อีกฝ่ายมีท่าทีอ้ำอึ้งเหลือบสายตามองด้านหลังรถ

“มีอะไรหรือ ?”เสียงทุ้มน่าฟังดังมาจากด้านหลัง

“เรียนคุณชาย คุณหนูเจียงมาขวางทางรถม้าแล้วขอให้บ่าวไปส่งที่จวนตระกูลหลานขอรับ”

“คุณหนูเจียง ?”น้ำเสียงสงสัยเอ่ยถามพร้อมบานประตูเปิดออก คนในรถม้าก้าวออกมายืนบนถนน

ทันทีที่สายตามองเห็นสตรีตรงหน้าดวงตาเขาถึงกับวูบไหว ชั่วขณะหนึ่งในหัวนึกไปถึงภาพจำของเด็กน้อยตัวกลมเมื่อหลายปีก่อน

เจียงรั่วอี้เห็นว่าเขายืนมองตนนิ่ง ๆ ในใจพลันเกิดความรู้สึกประหม่า ก้มหน้าลงน้อย ๆ เอ่ยเสียงเบา

“เอ่อ...ไม่ทราบว่าท่านพอจะไปส่งข้าที่จวนตระกูลหลานได้ไหม? ข้ามีเหตุจำเป็นต้องไปที่นั่น”

ไป๋ซีห่าวมองอีกฝ่ายอย่างสำรวจ เหลือบมองรอยแผลบนแขน

เจียงรั่วอี้เห็นว่าเขาสงสัยแผลที่แขนจึงยิ้มแห้ง“พอดีข้าซุ่มซ่ามจนได้แผลมานะ”เป็นคำอธิบายที่โง่เง่าสิ้นดี แต่เจียงรั่วอี้ตอนนี้ไม่มีสติพอจะหาเหตุผลพอฟังเข้าท่ามาพูดให้เขาเชื่อ

คนฟังขมวดคิ้ว หญิงสาวเห็นอย่างนั้นก็กลัวว่าเขาจะปฏิเสธไม่ให้เธอขึ้นรถม้าเพราะบาดเจ็บจึงรีบร้อนอธิบายเพิ่ม“แต่แผลข้าไม่ได้เป็นอะไรมาก อีกไม่นานเลือดก็หยุดไหลแล้ว เพราะงั้นท่าน...คุณชายผู้หล่อเหลา ข้าขอร้องละ ได้โปรดช่วยข้าสักครั้งเถิดนะ แล้วข้าจะตอบแทนความช่วยเหลือของท่านในครั้งนี้อย่างดี”

“...”

โอ๊ย!! จะเอาแต่ยืนนิ่งอีกนานไหมจะช่วยหรือไม่ช่วยรีบ ๆ บอกมาไม่ได้หรือยังไง คนรีบร้อนจะตายอยู่แล้ว ถ้าไม่ช่วยเธอจะได้ไปขอความช่วยเหลือจากคนอื่น ถึงไม่รู้ว่าจะพอมีรถม้าคนไหนยอมรับเธอขึ้นรถหรือเปล่าก็เถอะ แต่ถ้าสุดท้ายแล้วไม่มีคนยอมให้ขึ้นเธอก็จะหาทางเดินไปเอง!

ไป๋ซีห่าวมองท่าทางร้อนใจของนางหันหลังก้าวขึ้นรถม้า

“...”จะไปอย่างนี้เลย ? พาไปหรือไม่พาไปก็ไม่บอกด้วย

เจียงรั่วอี้สูดหายใจเข้าปอดลึกพยายามไม่แสดงอาการหัวเสียออกมา เธอไปขอเขาเอง เขาจะช่วยไม่ช่วยก็เป็นสิทธิ์ของเขา เธอไม่มีสิทธิ์ไปโกรธเขา

หญิงสาวสะกดจิตตนเองพร้อมหันหลังคิดเดินจากไป ทว่ายังไม่ทันจะได้ก้าวเดินเสียงด้านหลังพลันดังขึ้น

บทก่อนหน้า
บทถัดไป